รอบตัวมีเอกสารมากมาย เกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้ง รวมถึงการรายงานข่าวเพื่อสันติภาพ แต่นึกไม่ออกว่าควรเอาตำราไหนมาใช้ดี แม้ความขัดแย้งจะเกิดจากสองฝ่าย
แต่ผลกระทบมันเกิดกับทุกคนในสังคม มิตรสหายบอกว่า หยุดติดตามสื่อทุกชนิด ในเชิงปัจเจกก็อาจเป็นไปได้ แต่ตราบเท่าที่เราอยู่ในสังคม แม้ไม่บริโภคสื่อ แต่การสื่อสารแบบปากต่อปากก็ขยายวงกว้างได้ไม่แพ้กัน เพราะตามสถานที่สาธารณหลายแห่ง หัวข้อสนทนาที่ได้ยินคือ ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและพันธมิตร กับปัญหาข้าวยากหมากแพง เราเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และถูกอ้างถึงมากที่สุด เราควรเสนอทางออก อย่างไรกันดี....
ความจริงก็มีหลายคนเสนอทางออก ทั้งนักศึกษา นักวิชาการ ประชาชนหลายส่วน แถมเป็นข้อเสนอแบบมีสีสัน เริ่มจากกลุ่มประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง หรือเรียกสั้นๆ ว่า กลุ่มริบบิ้นสีขาว นำโดยอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ซึ่งกลุ่มนี้จะรณรงค์ไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ส่วนอีกกลุ่มใช้ชื่อว่า ส้มขอร้อง อ่านแล้วก็ขำๆ แต่มีสาระ... จะยกบ้างส่วนมาให้ดูนะคะ
“ส้มขอร้อง” รัฐประหารไม่ทำให้อะไรดีขึ้น
ทำไมต้องส้ม ?
ส้มเกิดจากทฤษฎีสีระหว่าง สีเหลือง (พันธมิตร) และสีแดง (นปก.) รวมกันแล้วเป็นสีส้ม
ทัศนะของคุณส้มต่อคุณเหลือง
ส้ม...มองว่าเหลืองเดินเกมส์พลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเปิดทางให้คุณเขียว (ทหาร) ออกมาวุ่นวายจนบ้านเมืองเกิดปัญหา
ส้มมองว่า... การชุมนุมของเหลืองตอนนี้ อาจเป็นการออกบัตรเชิญให้เขียวอีกครั้ง และเมื่อเขียวออกมา ประเทศชาติก็จะกลายเป็นสีดำ
ยังมีข้อเสนอที่ กลุ่มส้มขอร้อง เสนอทางออกไว้ด้วยนะคะ...สำหรับท่านผู้อ่าน / ท่านผู้ฟัง มีทางออกประเทศไทยเป็นสีอะไรเพิ่มเติม แสดงความคิดเห็นกันเข้ามานะคะ แม้จะเศร้า จะเครียดปานใด เราจะฝ่าข้ามวิกฤตทั้งหลายไปให้ได้ร่วมกัน
คลิกไปหา.......ส้มขอร้อง