การเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นประชาธิปไตย เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 76 ปีแล้ว พวกเราผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร คนจนเมือง ชนพื้นเมือง ชาวประมง ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ขอประกาศ ณ หมุดอภิวัตน์ 24 มิถุนายน 2475 แห่งนี้ว่า พวกเราจะสานต่อหมุดหมายแห่งหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ได้แก่ เอกราช ความปลอดภัย เศรษฐกิจ ความเสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา
กล่าวได้ว่า 76 ปี แห่งหลัก 6 ประการ หลักแห่งเอกราชได้ถูกครอบงำจากจักรวรรดินิยม จนเสมอเสมือนเป็นประเทศอาณานิคมทาง เศรษฐกิจการเมืองยุคใหม่ หลักแห่งความปลอดภัยได้ถูกท้าทายจากความเสี่ยงของอาชญากรรม ความเสื่อมทรามทางศีลธรรม การล่วงละเมิดทางเพศ หลักเศรษฐกิจได้ถูกครอบงำจากระบบทุนนิยมเสรีและกลไกตลาด นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หลักแห่งความเสมอภาค คนจน คนรวย ผู้มีอำนาจ ได้รับการปฎิบัติไม่เท่าเทียมกัน หลักแห่งเสรีภาพของประชาชนยังคงถูกละเมิดจากรัฐ อาทิ การชุมนุมโดยสงบ เสรีภาพสื่อมวลชน ฯลฯ หลักแห่งการศึกษายังคงถูกครอบงำของอุดมการณ์เศรษฐกิจเสรีนิยม การเมืองเชิงอำนาจนิยม วัฒนธรรมบริโภค และการละเมิดจากนโยบายการแปรรูปมหาวิทยาลัย
เช่นเดียวกับวิกฤติการณ์ “ข้าวยากหมากแพง” ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้สะท้อนถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นระหว่างฝ่ายบรรษัทข้ามชาติ และรัฐบาลนายทุนธุรกิจการเมือง กับพลโลกในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรรายย่อย คนจนเมืองที่มีรายได้ไม่พอเพียง ในการอุปโภคบริโภค การยังชีพขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงสวัสดิการสาธารณะ
กล่าวสำหรับประเทศไทยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล ก๊าซหุงต้มมีราคาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ราคาน้ำมันแพงขึ้น ค่ารถโดยสารเพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกันค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเพียง 2-11 บาท ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำและผันผวน เกษตรกรแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ปรากฎการณ์ “ข้าวยากหมากแพง” เช่นนี้ ไม่สามารถแก้ไขด้วยการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี เพราะหากกลไกตลาดแห่งระบบทุนนิยม สามารถนำพาซึ่งความเป็นธรรมทางสังคมได้ คงไม่ทำให้ประชาชนไทยอยู่ในเส้นความยากจน (มีรายได้ต่อเดือน 1,386 บาท) มีจำนวนถึง 9.55% หรือ 6.06 ล้านคน
แม้รัฐบาลใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่นำความสิ้นหวังมาสู่ประชาชนอย่างรวดเร็ว เราจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพร่วมกันกดดันรัฐบาลในทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
การชุมนุมของประชาชนทุกสาขาอาชีพในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างสรรการเมืองใหม่ ประชาธิปไตยประชาชน ที่มีความเสมอภาคทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งเป็นทิศทางแห่งการอภิวัฒน์ประชาธิปไตยไทย การสร้างการเมืองบนบาทวิถีนี้ จะต้องนำไปสู่ความกินดีอยู่ดีของประชาชน และความยั่งยืนของประชาธิปไตย เราเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยสร้างได้ด้วยประชาชนเท่านั้น!!!!
ข้อเรียกร้องเชิงหลักการในการแก้ไขวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ “ข้าวยากหมากแพง”
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค
1. แทรกแซงและควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เป็นธรรม
2. กำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยราคาที่เป็นธรรม
3. ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค จัดคาราวานสินค้าราคาถูก เช่น ข้าว น้ำมันพืช น้ำตาล น้ำปลา
4. กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก ให้เพิ่มช่องทางผ่านสหภาพแรงงาน สหกรณ์ ร้านค้ากลุ่ม องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรประชาชน โดยมีสำนักงานเบื้องต้นที่สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสากิจสัมพันธ์ จตุจักร กรุงเทพฯ และสำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
5. สนับสนุนการซื้อขายตรงระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภค โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
หมวดสินค้าผลผลิตทางการเกษตร
1. ควบคุมราคาปัจจัยการผลิต ปุ๋ย สารเคมีการเกษตร ค่าเช่านา ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก อุปกรณ์การประมง ส่งเสริมปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรรายย่อย อาทิ น้ำมันเพื่อเกษตรและประมงพื้นบ้าน
2. ประกันราคารับซื้อข้าวเปลือก และผลผลิตการเกษตร ทุกชนิด ด้วยราคาที่เป็นธรรมกับผู้ผลิต
3. สนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
หมวดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม
1. ปรับค่าแรงให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าครองชีพปรับขึ้นสูงมาก จากผลการสำรวจคนงานพื้นฐานตามย่านอุตสาหกรรม พบว่าค่าใช้จ่ายคนงานต่อวันมีค่าเฉลี่ยกว่า 400 บาท ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ เพียง 203 บาท และต่ำกว่านั้นในจังหวัดต่างๆ
2. ค่าแรงขั้นต่ำต้องเป็นอัตรา 316 บาทต่อวัน เท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งมาตรฐานค่าจ้างที่ทำให้คนงานดำรงชีพอยู่ได้จริง อย่างมีคุณภาพเหมาะสมกับความเป็นมนุษย์ ที่เสริมสร้างเศรษฐกิจชาติ
3. ต้องมีมาตรการดูแลแรงงานในเศรษฐกิจนอกระบบให้ได้ค่าจ้างที่เป็นรธรรม ในหลักการพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง หรือสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เทียบเท่ากับแรงงานในระบบ โดยยึดหลักนโยบายส่งเสริมโอกาสการมีงานทำที่มีคุณค่า (Decent work) ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
หมวดสวัสดิการสังคม
1. การประกันสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน
2. ควบคุมราคาค่ารถในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในราคาถูก เช่น รถโดยสารประจำทาง รถไฟ เรือ เป็นต้น
3. ปะชาชนต้องมีสิทธิเรียนฟรีทุกระดับชั้นตามความสนใจ
4. ผู้สูงอายุต้องได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึง และเพิ่มขึ้นตามสภาวะค่าครองชีพ
หมวดนโยบายรัฐบาล
1. อุดหนุนงบประมาณสาธารณูประโภคพื้นฐานต่อผู้มีรายได้น้อย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้ม
2. ควบคุมราคาน้ำมันให้ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันเพื่อการเกษตร ประมงพื้นบ้าน รถโดยสารสาธารณะ
3. คัดค้านนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ และต้องมีการปฎิรูปคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ ให้มีตัวแทนองค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลผลประ โยชน์ของประชาชน
4. การแก้ไขวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่ดีที่สุด คือ การซื้อ ปตท.กลับคืนมา
5. มาตรการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีทรัพย์สิน