ปฏิทิน

Aug 2008
      





"ไอซีที" ยอมปรับแก้ กม. "กสช." เปิดทางภาคประชาชนใช้คลื่น

"ไอซีที" ยอมปรับแก้ กม. "กสช." เปิดทางภาคประชาชนใช้คลื่น

ที่มา      นสพ.ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551

 

"มั่น" ยอมรับผิดพลาดเร่งผลักดัน พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นฯ เกรงภาคโทรคมฯ สู้ต่างชาติ ไม่ได้ โดยลืมปัญหาภาควิทยุโทรทัศน์ ขอแก้ตัวตั้งคณะกรรมการรับฟังความเห็น รวบรวม เสนอแก้ไข ร่างฯ ในชั้นกรรมาธิการ ทั้งประเด็นให้ภาคประชาชนมีสิทธิในคลื่น 20% และยอมถอยให้วุฒิสภา เป็นผู้คัดสรร กสช.

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชน นักวิชาการ และภาค ประชาชน เกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... (กสช.) โดยยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดที่เร่งผลักดัน ให้ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ รวมถึงเร่งให้มี คณะกรรมการ กสช. เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยลืมภาควิทยุโทรทัศน์ และไม่รู้ว่ามีปัญหาที่หลายฝ่าย กังวลอยู่ เพราะมัวแต่กลัวว่าภาคโทรคมนาคมจะสู้ต่างชาติไม่ได้

เมื่อได้ทราบข้อกังวลจากหลายๆ ฝ่าย จึงเห็นด้วยตามข้อเรียกร้องของตัวแทนองค์กรต่างๆ ที่ให้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน และจัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. กสช. ที่เป็นตัวแทนจากนักวิชาการ ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ ผู้แทนสื่อภาคประชาชน วิทยุชุมชน องค์กรผู้บริโภค ตัวแทนภาคประชาสังคม องค์กรเอกชนที่ติดตามกระบวนการปฏิรูปสื่อ ตามที่ตัวแทนสมาคมจะเสนอชื่อเข้ามา เพื่อนำความเห็นและข้อปรับปรุงในประเด็นต่างๆ หลังจากนั้น จะเสนอให้คณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาในการเปิดประชุม สภาสมัยสามัญนิติบัญญัติราวต้นเดือน ส.ค.นี้

โดยกระบวนการนี้จะทำให้การปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายนี้ทำได้รวดเร็วขึ้น และอาจจะ ผลักดันให้มีคณะกรรมการ กสช. ได้ทันภายในปีนี้ ซึ่งหากทำสำเร็จก็เชื่อว่าประเทศเรายังสามารถสู้ คนอื่นได้ และตามเทคโนโลยีทัน

"ไอซีทีจะรับฟังและทบทวนทุกข้อเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดให้ภาคประชาชนมีสัด ส่วนในคลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า 20% และกระบวนการสรรหา ถ้าหากต้องการให้วุฒิสภาเป็น ผู้คัดเลือกก็ได้ แต่อยากให้มีคณะกรรมการ กสช. ได้เร็วๆ

แต่คงไม่สามารถถอนร่างกฎหมายนี้ออกจากวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ตาม ข้อเสนอของหลายฝ่ายได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญต้องมี พ.ร.บ. กสช. ภายใน 180 วัน หลังรัฐบาลแถลง นโยบายต่อสภา หากไอซีทีถอนร่างฯ ก็เท่ากับรัฐมนตรีแสดงเจตนาถ่วงเวลา"

โดยประเด็นที่ตัวแทนองค์กรวิชาชีพ นักวิชาการ ตั้งข้อสังเกตบนเวทีนี้มากที่สุด ได้แก่ ความ เป็นอิสระของคณะกรรมการ กสช. เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน นอกจากจะร่างขึ้นโดยไม่ได้ รับฟังความเห็นจากประชาชน ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายที่มีผลกระทบกับประชาชนอย่างมาก ซึ่งตาม รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนก่อน ยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้คัดเลือก ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นองค์กรอิสระ จึงเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ จึงควรเปลี่ยนให้วุฒิสภาเป็นผู้คัดเลือก กสช. เพื่อความเป็นอิสระขององค์กร

นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้กับหน่วยงานที่มีคลื่นความถี่อยู่แล้ว รวมถึงเป็น การนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ลักลอบใช้คลื่นความถี่ ทั้งวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากมาตรา 77 และ 78 ของร่าง พ.ร.บ.ระบุว่า ให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่ อยู่ในวันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ ให้ถือว่าได้รับอนุญาตจาก กสช. ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรระวังอย่าง มาก และยังจะทำให้ไม่มีคลื่นมาจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายใหม่ กลายเป็นการตัดสิทธิภาค ประชาชน เนื่องจากคลื่นวิทยุโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกเดิมเต็มหมดแล้ว

ส่วนการตัดข้อกำหนดที่ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนไม่น้อยกว่า 20% ออกไป นอกจากจะเป็นการตัดสิทธิของประชาชนแล้ว นี่คือหัวใจสำคัญของการปฏิรูปสื่อที่ภาคประชาชน เรียกร้องกันมานานกว่า 10 ปี

และในหลายมาตรายังระบุให้การวินิจฉัยของศาลที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่มีผลกระทบกับสิ่งที่ กสช. กระทำไปแล้วก่อนศาลมีคำสั่ง เท่ากับทำให้ กสช. ไม่อยู่ในอำนาจของศาล ไม่มีผู้ใดสามารถ ตรวจสอบความชอบธรรมของการกระทำนั้นได้ รวมถึงการขาดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการ บริหารงาน จากการที่ กสช. มีอำนาจในการแต่งตั้ง และว่าจ้างคณะกรรมการตรวจสอบการทำงาน ของตนเอง

รวมทั้งอนุญาตให้คณะกรรมการ กสช. สามารถตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ใน หลายเรื่อง รวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินอีกด้วย ทั้งๆ ที่ กสช. เป็นองค์กรที่มีอำนาจจัดการ บริหารทรัพย์สินที่มูลค่ามหาศาลและอาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ โดยไม่ได้ระบุคุณสมบัติของบุคคล ภายนอกอีกด้วย

ที่สำคัญคือในร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีบทกำหนดโทษว่า กสช. จะต้องรับผิดอย่างไร หากไม่ ปฏิบัติหน้าที่ มีแต่บทลงโทษผู้อื่นและเป็นการลงโทษแบบเหมารวม คือไม่มีการแบ่งแยกขนาดของ องค์กรว่าเป็นระดับท้องถิ่นระดับชาติจะมีโทษเท่ากันหมด ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเกิดความ หวาดกลัวและได้รับผลกระทบมาก

 




Back to top















สภาพอากาศวันนี้

กรุงเทพ

Broken clouds
  • Broken clouds
  • Temperature: 28 °C
  • Wind: Southwest, 9.3 km/h
  • Pressure: 1007 hPa
  • Rel. Humidity: 74%
  • Visibility: 10 kilometers
Reported on:
พฤ, 08/21/2008 - 18:30



สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 8 guests กำลังออนไลน์




Best View: 1024x768
Copyright © 2006-2007 thaicr.org ®. All rights reserved.