แถลงการณ์
ค้าน ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
ฉบับผ่านการพิจารณาของ ครม. เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2551
ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวงไอซีที) พยายาม รีบเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมฉบับใหม่ แทน พ.ร.บ. ฉบับปี 2543 ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2551 และคาดว่าจะถูกส่งเข้าสู่การ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนสิงหาคมนั้น
เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือและองค์กรภาคี ในฐานะองค์กรชุมชน ภาคประชาชน ผู้ผลิตสื่อและบริโภคสื่อมีความตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพการสื่อสารของประชาชน ตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2540 และ 2550 เพื่อให้คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์เป็นทรัพยากรส่วนรวมของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ
เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือ เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับ ล่าสุด บิดเบือนเจตนารมณ์การปฏิรูปสื่อตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 และมาตรา 47 ของ รัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างสิ้นเชิง
เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือและองค์กรที่มีชื่อตามท้ายเอกสารนี้ จึงมีข้อสังเกตและข้อ ท้วงติงต่อร่างกฎหมาย ดังต่อไปนี้
1. กระบวนการร่างกฎหมายไร้ซึ่งความโปร่งใส ขาดหลักธรรมาภิบาล เนื่องจากที่ผ่านมา กระบวนการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง แต่กลับเป็นไปอย่างเร่งรีบรวบรัด อันเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตรา 57 ที่บัญญัติไว้ว่า “ ... การออกกฎที่อาจมีผลกระทบต่อส่วนได้ส่วนเสียสำคัญของประชาชน ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ ... ”
2. หลักการและเนื้อหาของร่างกฎหมายคงอภิสิทธิ์ของระบบรัฐและทุน ตลอดจนเอื้อประ โยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยการระบุในมาตรา 79 ให้หน่วยงานของรัฐที่เคยครอบครองคลื่น ความถี่มีสิทธิที่จะใช้คลื่นความถี่นั้นต่อไป รวมถึงตัดทิ้งมาตรา 80 ของกฎหมายปี 2543 ซึ่งเป็น การป้องกันไม่ให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการใหม่ หรืออนุญาตให้ ประกอบกิจการเพิ่มเติม ในระหว่างที่การสรรหาและแต่งตั้งองค์กรอิสระยังไม่แล้วเสร็จ
3. หลักการและเนื้อหาของร่างกฎหมายลิดรอนสิทธิในการสื่อสารของประชาชนที่เคยมีให้ ลดน้อยลงกว่าเดิม โดยการตัดเนื้อหาของกฎหมายฉบับปี 2543 ที่ให้สิทธิภาคประชาชนในการ ได้ใช้คลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และตัดการสนับสนุนสื่อภาคประชาชน รวมทั้ง ให้ยกเลิกสถานีวิทยุประจำจังหวัดและสถานีโทรทัศน์ระดับท้องถิ่น
4. ลิดรอนสิทธิของประชาชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมและตรวจสอบกระบวนการสรรหา กสช.
4.1 ลิดรอนสิทธิประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อบุคคลเป็น กสช. โดยการกำหนดให้ องค์กรเอกชนที่มีสิทธิเสนอชื่อ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ทั้งที่โดยธรรมชาติ องค์กรภาค ประชาชนจะทำงานในลักษณะอาสาสมัครที่ไม่ใช่นิติบุคคล
4.2 ลิดรอนสิทธิประชาชนในการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ประชาชนไม่มีสิทธิตรวจสอบรายชื่อ องค์กรวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษา และองค์กรเอกชนที่มาลงทะเบียน ว่าเป็นกลุ่มทุนหรือกลุ่มผล ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ เพราะหากได้รับการจดทะเบียนแล้วให้เป็นอันใช้ได้ แม้มีการฟ้องร้อง และศาลมีวินิจฉัยในภายหลังว่าการจดทะเบียนนั้นเป็นไปโดยมิชอบ ก็จะไม่มีผลต่อกระบวนการ สรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และไม่เป็นเหตุให้ต้องระงับหรือชะลอการเสนอชื่อ กสช.
5. องค์กรอิสระตามร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีความเป็นอิสระ ต้องขึ้นตรงต่ออำนาจรัฐและ การเมือง ซึ่งขัดกับบทบัญญัติมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 กฎหมายเก่าระบุให้มี กระบวนการสรรหาที่โปร่งใสและเป็นธรรม ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกรายชื่อ บุคคลที่เหมาะสมเป็นองค์กรอิสระ แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้กลับระบุให้เป็นอำนาจของ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจรัฐและการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือ และองค์กรที่มีชื่อตาม ท้ายเอกสารนี้ ขอคัดค้านร่างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่มาจากการผลักดันของ กระทรวงไอซีที และมีข้อเสนอดังนี้.-
1. ให้กระทรวงไอซีที คณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎร ถอดถอนร่าง พ.ร.บ. องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ออก จากวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และยุติจากการพิจารณาในทุกระดับ
2. ให้กระทรวงไอซีที คณะรัฐมนตรี และส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการยกร่างกฎหมาย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่ด้วยความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่าง ทั่วถึงและเพียงพอ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550
หากองค์กรที่กล่าวมาข้างต้นเพิกเฉยละเลยต่อสิทธิของภาคประชาชนในการใช้ทรัพยากรการ สื่อสารอันเป็นผลประโยชน์ของสาธารณะ องค์กรภาคประชาชนจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อเพื่อ ถอดถอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับปล้นคลื่นความถี่จากประชาชน
ด้วยจิตคารวะ
เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือ
เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด
เครือข่ายวิทยุชุมชนเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว
สมาคมสืบสานตำนานปี่ซอ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.)
เครือข่ายวิทยุชุมชนจาวล้านนา
วิทยุชุมชนเมืองลำพูน
วิทยุชุมชนเมืองเชียงใหม่
วิทยุชุมชนดอยหลังถ้ำ
วิทยุชุมชนดอยน้อย
วิทยุชุมชนลุ่มน้ำวาง
วิทยุชุมชนห้วยทราย
วิทยุชุมชนน้ำบ่อหลวง
วิทยุชุมชนห้วยตองสัก
วิทยุชุมชนเสียงสันติ
วิทยุชุมชนเชียงดาว
วิทยุชุมชนหางดง
วิทยุชุมชนสันป่าตอง
วิทยุชุมชนคนเหนือเขื่อน