คปส. ร้อง ปชช. ต้องมีส่วนร่วมทำกฎหมายคลื่นความถี่
ที่มา นสพ. คมชัดลึก วันที่ 4 ส.ค. 2551
คปส. เรียกร้องประชาชนต้องมีส่วนร่วมทำกฎหมายคลื่นความถี่ ด้านตัวแทนวิทยุชุมชน เตรียมยื่นหนังสือให้เลขาธิการ กทช. เรียกร้องให้ดูรายละเอียดในการแก้ไข พรบ.
ที่มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูป (คปส.) นำโดย รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ประธาน คปส.แถลงว่า พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่กำลังจะนำร่าง พรบ.นี้ เข้าสู่สภา ซึ่งกลุ่มกระบวนการปฏิรูปสื่อได้จัดเวทีประชาพิจารณ์ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2543 ที่จะมีการยกร่างใหม่ ซึ่งจะมีการรวมองค์กร 2 องค์กร คือ กิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสช.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่มีสถานะไม่ใช่องค์กรอิสระอีกต่อไป
หมายถึงการดึงองค์กรอิสระไปเป็นหน่วยงานใต้กระทรวงไอซีที มีลักษณะวันสต็อปเซอร์วิส ถือเป็นการลดอำนาจช่วยให้การแตกคลื่นเป็นไปง่ายขึ้น แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่า เทียม พรบ. ฉบับนี้ผ่านสภาและรับการแก้ไขให้มีการรวมองค์กรเกิดขึ้นแล้ว จะสร้างความไม่เป็นธรรม ให้สังคม เป็นการเอื้อประโยชน์แก่รัฐ กลุ่มทุนเดิม แต่จะไม่เป็นการกระจายทรัพยากร เป็นการสวน กระแสเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง พรบ.
นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการ คปส. แถลงการณ์ว่า การปฏิรูปการถือครองโครงสร้างคลื่น ความถี่ตั้งแต่เกิดรัฐประหารเป็นต้นมา การปฏิรูปสื่อถดถอยไปและมีการออกกฎหมายสื่อออกมา บังคับใช้หลายฉบับ ที่ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมจากสาธารณะและประชาชน รวมทั้งไม่คุ้มครองสิทธิ ชอบธรรมในการสื่อสารของภาคประชาชน ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดพิจารณาเพื่อบังคับใช้ กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมจากสาธารณะและ ประชาชน อีกทั้งร่างแก้ไข พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... ที่กระทรวงไอซีทีเป็นผู้ผลักดัน และ ครม. เห็นชอบ เมื่อ 10 มิย 2551 ให้อำนาจแก่รัฐมนตรีคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และตัดสิทธิ ของภาคประชาชนในการใช้คลื่นความถี่ที่เดิมกำหนดสัดส่วนไว้ว่าไม่ต่ำกว่า 20 % ตรงนี้ทำให้เห็นว่า รัฐบาลยังมีความพยายามแทรกแซง โดยการเขียนกฎหมายรวมอำนาจเพื่อควบคุมสื่อและทรัพยากร คลื่นความถี่โดยตรง
เหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นการละเมิดสิทธิการสื่อสารของประชาชนในระดับพื้นที่ เช่น การ จับกุมวิทยุชุมชนไทรโยคน้อย ใน จ.กาญจนบุรี ทางเจ้าหน้าที่ กทช.นำกำลังตำรวจเข้าจับกุมแกนนำ ยึดเครื่องส่งพร้อมอุปกรณ์ โดยอ้างว่าเป็นการรบกวนคลื่นวิทยุคมนาคม ทั้งที่ขณะนี้ กทช. มีอำนาจ หน้าที่่ในการกำกับดูแลและดำเนินการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมาย
ทาง คปส. มีความกังวลกับเหตุการณ์นี้ และเรียกร้องให้ 1. ขอให้รัฐบาลเคารพเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปสื่อ สิทธิในการสื่อสารของประชาชน และขอยุติการแทรกแซงทุกรูปแบบ โดยรัฐบาลต้อง ถอนร่าง พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ฉบับของรัฐบาลออกจากรัฐสภา และจัดให้สาธารณะและ ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำกฎหมายอย่างกว้างขวาง และ 2. ขอให้ กทช. ยุติการจับกุมวิทยุชุมชน และต้องกำหนดนโยบายคุ้มครองสิทธิการสื่อสารของประชาชนที่ดำเนินการวิทยุชุมชนทั่วประเทศ จน กว่าจะมีการออกใบอนุญาตที่ถูกต้อง
นายวสันต์ ปานเรือง หัวหน้าสถานีวิทยุชุมชนไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี ที่ถูกปิดสถานี กล่าวว่า การจับกุมที่ผ่านมา อาจจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู และเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะยังมี สถานีวิทยุที่ผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตจำนวนมาก แต่ไม่ใช่สถานีของตน การทำสถานีวิทยุชุมชน ของตนทำเพื่อประโยชนฺ์ส่วนรวม และมีความสำคัญในการเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ของเยาวชน และชาวบ้านในชุมชน อ.ไทรโยค 21 หมู่บ้าน การปิดสถานีวิทยุชุมชน เหมือนการปิดหูปิดตาประชาชน ตนจะสู้ทุกวิธีทางเพื่อให้รัฐคืนคลื่นและกลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง
นส.สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธาน คปส. กล่าวว่า การปิดวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้น สะท้อนให้ เห็นความสับสนของการปฏิรูปสื่อ และนโยบายรัฐที่มีต่อวิทยุชุมชน สถิติวิทยุชุมชนที่ถูกดำเนินคดี ตามกฎหมาย ถ้าเปรียบเทียบกับสถานีวิทยุที่ไม่มีใบอนุญาต แม้จะมีเปอร์เซ็นต์น้อย แต่ถือว่าสร้าง ความไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ จึงเกิดคำถามว่า กทช. ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำกับดูแล วิทยุชุมนทำหน้าที่ดีแล้วหรือไม่ และเหตุจูงใจ ที่ กทช. ดำเนินการปิดวิทยุชุมชน เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือไม่ นอกจากนี้ทาง คปส. ขอตั้งคำถามต่อรัฐบาลผ่าน รมว.ไอซีที ถึงการปรับแก้กฎหมายที่เรา เองก็เข้าใจว่า การปรับแก้กฎหมายเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ 2550 แต่การตัดมาตรา 26 ที่ให้ องค์กรอิสระจัดสรรคลื่นความถี่ให้ประชาชนอย่างน้อย 20% ออกไป เพราะการแก้กฎหมายนี้ทำให้ ขัดต่อเจตนารมณ์ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้สถานการณ์เกิดความสับสนมากขึ้น สถานการณ์ล่าสุด ทางกลุ่ม ปฏิรูปสื่อและสถานีวิทยุชุมชนมีการรวมตัวกัน คัดค้านการแก้ไข ร่าง พรบ.จะมีการล่ารายชื่อ 1 หมื่น รายชื่อเพื่อถอดถอน รมว.ไอซีที
มีรายงานว่า ผู้ประสานงานวิทยุชุมชน เตรียมยื่นหนังสือให้กับเลขาธิการ กทช. ในวันที่ 5 ส.ค. เพื่อเรียกร้องให้ดูรายละเอียดในการแก้ไข พรบ.ดังกล่าว