ข่าวปฏิรูปสื่อ
10 ก้าวหน้า 10 ถดถอย สิทธิมนุษยชน 2552
วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18:33:12 น. มติชนออนไลน์
10 ก้าวหน้า 10 ถดถอย สิทธิมนุษยชน 2552
องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนจัดทำรายงานประจำปี 2552 ถึงความ"ก้าวหน้า"และ"ถดถอย"ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอย่างละ 10 เรื่อง
เนื่องในวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล และวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย ในโอกาสนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนได้ร่วมประมวลสถานการณ์สิทธิมนุษยชนและนำเสนอรายงาน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ในรอบปี 2552 ทั้งที่เป็นประเด็นการพัฒนาที่ดีด้านสิทธิมนุษยชน เรียกว่า ก้าวหน้า จำนวน 10 เรื่อง และประเด็นที่ไม่ไม่พัฒนา หรือไม่ก้าวหน้าเรียกว่า ถดถอย 10 เรื่องด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการรายงานต่อสาธารณชนให้เห็นถึงสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยใน การพัฒนาสิทธิมนุษยชน เพื่อร่วมกันติดตามและร่วมรณรงค์ให้เกิดการตระหนักในสิทธิมนุษชนต่อไป
อดีตประธานวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ลาออกอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมดำรงตำแหน่ง กทช. ชุดใหม่
อดีตประธานวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ลาออกอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมดำรงตำแหน่ง กทช. ชุดใหม่
ที่มา สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 2 ธ.ค. 2552
อดีตประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุชุมชน และอดีตประธานคณะทำงานด้านกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ แถลงลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการมีผลตั้งแต่วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติชุดใหม่
พันเอกนที ศุกลรัตน์ อดีตประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และรองศาตราจารย์พนา ทองมีอาคม อดีตประธานคณะทำงานด้านกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ได้แถลงข่าวลาออกจากการดำรงตำแหน่งเดิมอย่างเป็นทางการเมื่อวันนี้(พุธที่ 2 ธันวาคม 2552 ) และจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยการลาออกจากสองตำแหน่งดังกล่าวเพื่อเตรียมรับตำแหน่งกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ชุดใหม่ ที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกดำรงตำแหน่ง กทช. ที่จะต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมภายใน 15 วัน นับจากได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านวิทยุชุมชนที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานหลัก คือ การจัดทำประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) และการรับแจ้งความประสงค์ขึ้นทะเบียนประกอบการวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการวิทยุชุมชนมาขึ้นทะเบียนแสดงตนเพื่อขอ รับใบอนุญาตออกอากาศวิทยุชุมชนอย่างถูกต้องทั้งสิ้น 6,521 สถานี โดยการเปิดให้ขึ้นทะเบียนวิทยุชุมชนในครั้งนี้ยังช่วยลดและแก้ปัญหาการใช้ วิทยุชุมชนในทางปลุกระดมมวลชนได้เป็นอย่างดี ตลอดจนแก้ปัญหาการส่งคลื่นวิทยุรบกวนคลื่นวิทยุหลักและคลื่นวิทยุการบิน ส่วนการดำเนินงานด้านเคเบิลทีวีก็สามารถประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต ประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ได้เสร็จเรียบร้อย ตลอดจนได้ร่างประกาศค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความ ถี่ชั่วคราวซึ่งได้เปิดรับฟังความคิดเห็น และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่างฯเพื่อประกาศใช้ต่อไป
แจ้งผลการสรรหากรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
แจ้งผลการสรรหากรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ที่มา เว็บไซต์ กทช. วันที่ 24 พ.ย. 52
สำหรับผลการพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552 ด้วยวิธีการลงคะแนนลับ ปรากฏว่าที่ประชุมได้ลงคะแนนเลือก นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร นายพนา ทองมีอาคม นายบัญฑูร สุภัควณิช และ พันเอกนที ศุกลรัตน์ เป็นกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่าง และหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จะมีครบทั้ง 7 คน ซึ่งได้แก่ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ ศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม และกรรมการใหม่อีก 4 คน
มูลนิธิเสียงธรรมร้องกก.สิทธิฯระงับ พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่
มูลนิธิเสียงธรรมร้องกก.สิทธิฯระงับ พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่
ที่มา นสพ. คมชัดลึก วันที่ 9 พ.ย. 2552
มูลนิธิเสียงธรรม ร้อง กก.สิทธิฯ วอน สภาระงับ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เหตุ นิยามศัพท์จำกัดสิทธิ ให้กระจายเสียงได้แค่ 3 กิโลฯ
(9พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าด้วย สิทธิพลเมือง สิทธิการเมือง และสิทธิชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมี นพ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ ในฐานะประธานด้านสิทธิพลเมือง การเมือง และสิทธิชุมชน พร้อมกับคณะอนุกรรมการ ได้นัดเครือข่ายวิทยุเสียงธรรม และคณะกรรมการวิสามัญ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... เข้าชี้แจง กรณีเครือข่ายวิทยุเสียงธรรม ร้องต่อกรรมการสิทธิ์ฯว่า ถูกจำกัดสิทธิ์ในการออกอากาศและไม่มีความเท่าเทียมกับผู้ประกอบการวิทยุภาค ธุรกิจ ซึ่งกลุ่มวิทยุเสียงธรรมได้นำพระกว่า 30 รูปเข้าร่วมประชุมชี้แจงด้วย
ทั้งนี้ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่อยู่ในชั้นกรรมาธิการร่วมสองสภา และจะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมสองสภาในวันพหัสบดีที่ 12 พ.ย. นี้
นางรัตนา ศิริพานิช ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรวิทยุภาคประชาชนแห่งชาติ กล่าวว่าทางกลุ่มขอเรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาให้ยกเลิกคำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” ที่บัญญัติไว้ในร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. . .ให้ใช้คำว่า “ชุมชน” แทน เนื่องจากคำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” มีความหมายอย่างแคบ และจะทำให้สถานีวิทยุกระจายเสียงได้แค่ในชุมชนเท่านั้นและขอให้เพิ่มคำนิยาม คำว่า “ภาคประชาชน” เพื่อให้วิทยุภาคประชาชนมีความชัดเจนในกฎหมายและให้วิทยุภาคประชาชนมีสถานี ในเครือข่ายได้เช่นเดียวกับในภาครัฐและภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ขอให้แก้ไขปรับปรุงระเบียบหรือประกาศของ กทช. ให้ระบุนิยามของคำว่า “วิทยุกระจายเสียงชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะ” ให้มีความชัดเจนว่าเป็นวิทยุภาคประชานที่กระจายเสียงได้ในระดับชาติหรือ ระดับภูมิภาค อีกทั้งขอให้แก้ไข พรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกันด้วย
นางรัตนากล่าวว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและรักษาสิทธิ์ของวิทยุภาคประชาชนจึงขอให้รัฐบาล และสภาฯยกเลิกคำว่า ชุมชนท้องถิ่น และใช้คำว่าชุมชน เนื่องจากคำว่า ชุมชนท้องถิ่น มีความหมายแคบทำให้สถานีวิทยุส่งกระจายได้แค่เพียงในหมู่บ้านหรือตำบลเท่า นั้น หมายความว่าภาคประชาชนจะถูกลิดรอนสิทธิ์ และขอให้ กทช.ปรับปรุงระเบียบหรือประกาศของ กทช. โดยให้ระบุคำนิยามของวิทยุกระจายชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะให้มีความชัดเจนว่า เป็นวิทยุภาคประชาชนที่กระจายเสียงได้ในระดับชาติ ภูมิภาค หรือท้องถิ่น
ทั้งนี้ จะมีผลให้วิทยุเสียงธรรมและเครือข่ายสถานีวิทยุในประเด็นอื่นสามารถกระจาย เสียงได้อย่างทั่วถึง เพราะวิทยุเสียงธรรมเกิดจากประชาชนใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2540 และ พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2543 สร้างวิทยุชุมชน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนเลือกฟังอย่างแท้จริง
นางรัตนากล่าวว่า หากรัฐบาล รัฐสภา และ กทช. ยังไม่ดำเนินการแก้ไขร่าง พรบ.และแก้ไขประกาศ กทช. ให้ชัดเจน เท่ากับเป็นการบีบบังคับให้เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรม 117 แห่ง ตกอยู่ในสภาวะที่หมิ่นเหม่ต่อความถูกต้องและความมั่นคง อาจจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งของประชาชน
ด้านนางพิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กล่าวว่า วิทยุเสียงธรรมเข้าข่ายวิทยุชุมชนแน่นอน แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของเนื้อหาที่ไม่มีความหลากหลายแต่สามารถแก้ไขได้ โดยการเพิ่มเติมเนื้อหารายการในแต่ละสถานีเครือข่ายแต่ละพื้นที่ เพราะถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ในอนาคต หากมีวิทยุเสียงอัลเลาะห์ ขอออกอากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ทาง กทช. ก็ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้ แต่ปัญหาคืออาจจะมีสถานีวิทยุในประเด็นอื่นที่สังคมรับไม่ได้ มาขอจัดสรรคลื่นความถี่จะทำให้เกิดปัญหาตามมา
ขณะที่พระครูอรรถกิจ นันทคุณ กรรมการมูลนิธิเสียงธรรม กล่าวว่า มูลนิธิเสียงธรรมต้องการที่จะเรียกร้องให้ภาคประชาชนมีความทัดเทียมใน พื้นที่การกระจายเสียง ให้เท่าเทียมกับภาครัฐ และภาคธุรกิจที่มีทั้งระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ตนก็อยากให้ภาคประชาชนสามารถที่จะทำอย่างนั้นได้ รวมถึงใบอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลรายเดือนที่สามารถตั้งสถานีวิทยุได้ทั่ว ประเทศ ซึ่งวิทยุชุมชนมีหลักอยู่ที่ว่าเป็นวิทยุที่ไม่อยู่ในภาครัฐ และภาคธุรกิจ และมูลนิธิเสียงธรรมเองก็ใช้สิทธิที่เป็นวิทยุภาคประชาชนมาตั้งแต่แรก แต่ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี 2551 ที่กำลังจะผ่านสภาฯในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ให้ใช้คำว่าใบอนุญาตบริการชุมชน จึงทำให้มีปัญหาคำว่าชุมชนมีความหมายว่าอย่างไร
อนุกรรมการวิทยุุโทรทัศน์ จัดรับฟังความเห็นค่าธรรมเนียมเคเบิลทีวี แจ้งความคืบหน้าเรื่องการจัดระเบียบวิทยุชุมชน
ฟังความเห็นค่าธรรมเนียมเคเบิลทีวี แจ้งความคืบหน้าเรื่องการจัดระเบียบวิทยุชุมชน
ที่มา นสพ. เดลินิวส์ วันที่ 21 ต.ค. 2552
คณะทำงาน “เคเบิลทีวี” เปิดประชาพิจารณ์ค่าธรรมเนียม 30 ต.ค.นี้ ชี้คิดค่าธรรมเนียมตามศักยภาพพื้นที่ ด้านวิทยุชุมชน เดินหน้าทำร่างประกาศการกำกับดูแล
รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม ประธานคณะทำงานด้านกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า ในวันที่ 30 ต.ค. นี้คณะทำงานฯ จะจัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง “ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ชั่วคราว (กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก)” หรือเคเบิลทีวี ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต
รศ.ดร.พนา กล่าวว่า ประเด็นที่จะเปิดให้แสดงความคิดเห็น ประกอบด้วย เรื่องอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ซึ่งคณะทำงานฯ อ้างอิงตามพื้นที่อำเภอ โดยแบ่งอัตราค่าธรรมเนียมรายปีไว้ 4 ประเภท ตามพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่เขตที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง 25,000 บาทต่อปี พื้นที่เขตที่มีศักยภาพปานกลาง 10,000 บาทต่อปี พื้นที่มีศักยภาพต่ำ 5,000 บาทต่อปี และพื้นที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ซึ่งเสี่ยงขาดทุน จะยกเว้นค่าธรรม เนียม สำหรับเขตพื้นที่ศักยภาพ พิจารณาจากจำนวนครัวเรือนประชากรในพื้นที่ และรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการเคเบิลทีวี 700-800 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูงและปานกลาง ปัจจุบันมีผู้รับชมเคเบิลทีวีประมาณ 2.5 ล้านครัวเรือน
ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการจัดระเบียบวิทยุชุมชน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาและปิดรับลงทะเบียนเป็นผู้ทดลองออกอากาศ มีผู้มาลงทะเบียน 6,500 ราย ขณะนี้มีผู้ยื่นเอกสารขอรับใบอนุญาตชั่วคราวซึ่งมีอายุ 1 ปีแล้วจำนวน 100 ราย และคณะทำงานฯ กำลังอยู่ระหว่างร่างประกาศการกำกับดูแล เพื่อให้วิทยุชุมชนดูแลกันเอง โดยการตั้งเป็นชมรม.
ปธ.คณะทำงานวิทยุชุมชนเผยหลังขึ้นทะเบียนวิทยุชุมชนทำให้ปัญหาคลื่นรบกวนลดลงอย่างต่อเนื่อง
ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชน เผยหลังการขึ้นทะเบียนวิทยุชุมชนทำให้ปัญหาคลื่นรบกวนลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมจัดทำร่างการกำกับดูแลวิทยุชุมชน ให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนดูแลกันเองในรูปแบบของชมรม
พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบวิทยุชุมชนฯ ว่า หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาและปิดรับลงทะเบียนเป็นผู้ทดลองออกอากาศ เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีผู้มาลงทะเบียน 6,500 ราย และขณะนี้มีผู้ยื่นเอกสารขอรับใบอนุญาตชั่วคราวซึ่งมีอายุ 1 ปีแล้วประมาณ 100 ราย ส่วนอีกประมาณกว่า 6,400 ราย ที่ยังไม่ขอใบอนุญาตชั่วคราวนั้น คาดว่าจะยังใช้สิทธิ์ในการเป็นผู้ทดลองออกอากาศเป็นเวลา 300 วันอยู่ตามกำหนด ด้านคณะทำงานวิทยุชุมชนฯ ขณะนี้ได้เตรียมร่างประกาศการกำกับดูแล เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชน ดูแลปกครองและบริหารงานด้วยกันเอง โดยการตั้งเป็นชมรมวิทยุกระจายเสียงชุมชน
พันเอกนที ศุกลรัตน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนวิทยุชุมชนและมีการจัดระเบียบอย่างเคร่ง ครัดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปัญหาต่างๆ ด้านวิทยุชุมชนที่เคยเกิดขึ้นลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาด้านคลื่นรบกวนวิทยุคลื่นหลัก วิทยุชุมชนอื่น หรือวิทยุการบิน ตลอดจนปัญหาการใช้วิทยุชุมชนเพื่อการปลุกระดมและออกอากาศเนื้อหาพาดพิงผู้ อื่นก็ลดลงเช่นกัน
13กค52 ลุ้น กทช. ออกใบอนุญาตวิทยุชุมชนสิ้น ก.ค. นี้
ลุ้น กทช. ออกใบอนุญาตวิทยุชุมชนสิ้น ก.ค. นี้
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 13 ก.ค. 2552
ภาคประชาชนจัดเสวนาใบอนุญาตวิทยุชุมชน คุ้มครองสิทธิประชาชนจริงหรือ กระตุ้นความเข้าใจกลุ่มผู้ประกอบกิจการฯ เผยยอดลงทะเบียนกว่า 4 พันกว่าสถานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (12 ก.ค.) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส.) ร่วมกับ สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ (สวชช.) จัดการเสวนา “ใบอนุญาตวิทยุชุมชน คุ้มครองสิทธิประชาชนจริงหรือ?” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชน ที่มีเจตนารมณ์จะประกอบกิจการบริการชุมชน แม้ว่าจะมีกลุ่มวิทยุชุมชนหลายกลุ่ม ขณะเดียวกัน ต้องทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎหมาย เพราะวิทยุชุมชนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าชุมชนไม่เข้าใจ และไม่พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. กล่าวว่า ขณะนี้ ประเทศไทยมีผู้มาลงทะเบียนจำนวน 4,050 สถานี คิดเป็น คิดเป็น 90% ของจำนวนสถานีวิทยุชุมชน จากที่คาดว่าจะมีประมาณ 4,500 สถานี ขณะเดียวกัน จะพยายามรณรงค์เพิ่มอีก 9-10% หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในช่วง 30 วัน ผ่านการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง รวมถึงวิทยุชุมชนด้วย
ประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน กล่าวต่อว่า ผู้ที่มาลงทะเบียนไว้แล้วจะได้รับสิทธิทดลองออกอากาศ 300 วัน ตามที่ร่างหลักเกณฑ์ระบุไว้ เพื่อให้คณะทำงานพิจารณาว่า เข้าข่ายเป็นวิทยุชุมชนหรือไม่ หากเข้าข่ายผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตชั่วคราว ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้มายื่นเอกสารเพื่อแสดงความประสงค์ประกอบกิจการ จะมีเวลาอีก 30 วัน เพื่อยื่น หลังจากนั้นจะมีเวลาอีก 300 วัน ออกอากาศเป็นการชั่วคราว
พ.อ.นที กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ได้ยื่นประกาศฉบับดังกล่าวต่อ กทช.หลายครั้ง และดำเนินการตามกระบวนการของกทช.ตามลำดับ ทั้งนี้ ภายในวันที่ 15 ก.ค. นี้ หาก กทช.อนุมัติแล้ว จะมีกระบวนการนำประกาศฉบับดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งน่าจะเป็นภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้
3กค52 วิทยุชุมชนจะอยู่อย่างไร ภายใต้กระแสวิทยุทุนนิยม
วิทยุชุมชนจะอยู่อย่างไร ใต้กระแสวิทยุทุนนิยม
ที่มา นสพ. โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 2552
“พบกันอีกเช่นเคยครับ กับรายการชลประทานพบเกษตรกรคลื่น 107.75 วันนี้ผมมาพร้อมกับเพลงร็อกมันส์ๆ ในวันที่ปริมาณน้ำสถานีเขื่อนกระเสียวอยู่ที่ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานีเปิดน้ำใช้ได้ 12 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนวันเปิดประตูน้ำอย่าลืมนะครับเริ่ม 12 มิ.ย. เปิด 45 วัน ปิดอีก 10 วัน ตอนนี้มาฟังเพลงกันก่อนครับ”
เสียงเพลงที่ส่งผ่านเสาอากาศวิทยุสูง 26 เมตร ในรัศมี 15 กิโลเมตร ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน ราว 1,000 ครัวเรือน จากวิทยุชุมชนคนหนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี 6 ปี ของการเกิดวิทยุชุมชน ที่นี่ ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้กับชุมชน การแทรกสาระเรื่องวันเวลาเปิด-ปิดประตูน้ำ ทำให้การแย่งชิงน้ำ ที่เคยเป็นตำนาน “ชาวหนองหญ้าไซ” ขัดแย้งจนก่อเหตุยิงกันตายเมื่อหลายปีก่อน ลบเลือนหายไปได้จากบันทึกชุมชน
ดีเจ “ฉีก” หรือ รักศักดิ์ อูสุวรรณ ในฐานะที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทั่วไป กรมชลประทาน บอกว่า การถือกำเนิดของวิทยุชุมชนคนหนองหญ้าไซ ในปี 2546 เป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่ความรู้เรื่องประตูน้ำให้กับคนหนองหญ้าไซ
“หน้าที่ผมคือประสานงานทำความ เข้าใจกับชาวบ้าน ให้รู้เรื่องการทำการเกษตรให้สอดคล้องกับเวลาของประตูน้ำในเขื่อน เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนไปมาก เขาจะรอฟังช่วงเวลามติคณะกรรมการน้ำ และจะ ทำนาแค่ปีละ 2 ครั้ง ผลผลิตดีกว่า ไม่เขม่นกันแล้ว” ดีเจฉีกเล่าอย่างภาคภูมิใจ
ข้อพิสูจน์คือ ชุมชนหนองหญ้าไซ เป็นชุมชนต้นแบบ การจัดการน้ำชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ ซึ่งพระเอกอย่าง “วิทยุชุมชน คนหนองหญ้าไซ” คือนักแสดงนำการคว้ารางวัลนี้
วิทยุชุมชนขนานแท้ที่อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคและอาสาสมัครที่ผลัด เปลี่ยนกันมา จัดรายการกำลังถูกท้าทายด้วยกำลังส่งที่ แรงกว่าของวิทยุชุมชนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมา ใหม่อย่างมากมาย ภายใต้การเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ นับจากกรมประชาสัมพันธ์กำหนดให้วิทยุชุมชนสามารถมีโฆษณาได้ 6 นาที ต่อชั่วโมง เมื่อปี 2547 เป็นต้นมา
นันทพร เตชะประเสริฐสกุล เจ้าหน้าที่ประสานงาน มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ทีมวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการคลื่นความถี่วิทยุชุมชนภาคประชาชน บอกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้สถานีวิทยุชุมชนภาคประชาชนลดลงเหลือเพียง 200 สถานี สวนทางกันกับวิทยุชุมชนที่มีโฆษณาได้ ซึ่งประมาณการว่าปัจจุบันมีอยู่ถึง 5,000 สถานีทั่วประเทศ
“การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับวิทยุชุมชน ควรกำหนดให้มีย่านความถี่เฉพาะ (Zoning) สำหรับวิทยุชุมชนซึ่งใช้กำลังส่งต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาคลื่นความถี่ทับซ้อนกับวิทยุที่ดำเนินการในรูปแบบธุรกิจ รวมทั้งแก้ไขปัญหาเขตอับสัญญาณเสียงอันเกิดจากปัญหาการใช้กำลังส่งของ เครื่องที่ต่างกันมากในความถี่ที่ติดกันได้ในอีกทางหนึ่ง”
คำถามท้าทายต่อไป คือ อนาคตวิทยุชุมชนจะอยู่อย่างไรภายใต้กระแสธุรกิจที่ขยายตัว
1กค52 "สาทิตย์" เผยรัฐเร่งดันกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ดูแลกิจการวิทยุ โดยเฉพาะวิทยุชุมชน
"สาทิตย์" เผยรัฐเร่งดันกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ดูแลกิจการวิทยุ โดยเฉพาะวิทยุชุมชน
ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 1 ก.ค. 2552
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ ขณะนี้รัฐบาลกำลังผลักดันให้มีการออกพระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อให้การดูแลกิจการของวิทยุกระจายเสียง โดยเฉพาะวิทยุชุมชนได้รับการรองรับในทางกฎหมาย
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานภาพของสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศว่า ที่ผ่านมา สถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 พันแห่ง ยังไม่ได้รับการจัดการดูแลให้ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีพระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งพิจารณาอยู่ คาดว่าจะผ่านรัฐสภาในราวต้นปีหน้า และเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว จะทำให้พระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งมีการประกาศใช้มาแล้วก่อนหน้านี้ จะมีผลบังคับใช้สมบูรณ์ คือจะทำให้คลื่นวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ทั้งหมด ทั้งวิทยุชุมชนและคลื่นหลัก ได้รับการจัดระเบียบใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งใช้ได้เฉพาะบทเฉพาะกาล เปิดโอกาสให้มีการขอใบอนุญาตประเภทบริการชุมชนได้ โดยมีการเปิดให้ลงทะเบียนไปแล้วในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน ส่วนภาคใต้จะเปิดรับการลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.52) คาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 5 พันราย ซึ่งผู้ที่ทำวิทยุประเภทบริการชุมชนก็จะสามารถขออนุญาตได้เลย ส่วนผู้ที่จะทำวิทยุในเชิงพาณิชย์ หรือบริการสาธารณะ จะต้องรอให้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาก่อน แต่ก็ได้รับสิทธิให้ทดลองออกอากาศได้เป็นเวลา 300 วัน ส่วนผู้ไม่ลงทะเบียนต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย
1กค52 ปธ.คณะทำงานวิทยุชุมชน ยืนยันจัดให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนลงทะเบียน 2 ก.ค.นี้ ที่ จ.สงขลา
ปธ.คณะทำงานวิทยุชุมชน ยืนยันจัดให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนลงทะเบียน 2 ก.ค.นี้ ที่ จ.สงขลา
ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 1 ก.ค. 2552
ประธานคณะทำงานวิทยุกระจายเสียงชุมชน ยืนยัน กำหนดการจัดให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนลงทะเบียนเพื่อออกอากาศเป็นการชั่ว คราว ยังคงเป็นวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เช่นเดิม ที่จังหวัดสงขลา
ดร.นที ศกุลรัตน์ ประธานคณะทำงานกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนสถานที่ และเวลาในการจัดให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนลงทะเบียน โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทุกอย่างดำเนินการตามวันเวลา และสถานที่เดิม คือ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ซึ่งชาววิทยุชุมชนที่อยู่ในเขตภาคใต้ หรือภาคอื่นๆ ที่สนใจยื่นเอกสารที่จะแสดงตัวตน สามารถเตรียมเอกสารประกอบด้วยรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ใบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายสถานีของตนเอง รวมถึงรูปของเครื่องส่ง สายอากาศนอกสถานี เพื่อยืนยันว่า มีการดำเนินการอยู่จริงพร้อมทั้งแผนผังที่สามารถเดินทางไปยังสถานีได้
ประธานคณะทำงานกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน ยังกล่าวอีกว่า เครือข่ายหลวงตามหาบัว ได้แสดงความประสงค์ที่จะมาร่วมขอประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน และเครือข่ายของทางวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ก็ได้แสดงความจำนงมาเช่นกัน จึงอยากให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนมาแสดงตัวเพื่อปฏิบัติตามบทเฉพาะกาลตาม ประกาศของ กทช. จะได้อยู่ในสถานะของการออกอากาศเป็นการชั่วคราว
ความคิดเห็น
Current weather
กรุงเทพ

- Broken clouds
- Temperature: 28 °C
- Wind: Calm
- Pressure: 1016 hPa
- Rel. Humidity: 51%
- Visibility: 7 kilometers
พฤ, 03/11/2010 - 16:00







.png)
.png)



แสดงความคิดเห็น