บอกอจ้อเรื่อง
หลังจากกลับจากงานรำลึก 100 วัน ของคุณมด-วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ นักสู้สามัญชน ผู้งดงามและเบิกบาน ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน จ.อุบลราชธานี ก็มีโอกาสได้นั่งเงียบๆ อ่านรายงานของอาสาสมัครนักฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งทุกคนจะเขียนเล่าถึงช่วงเวลาที่ลงไปทำงานในพื้นที่กรณีปัญหาต่างๆ เช่น แรงงานหญิงย่านอ้อมน้อยอ้อมใหญ่, แรงงานต่างชาติชาวพม่า, สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า เหมืองแร่, พี่น้องชุมชนแออัด ฯลฯ ว่า ตนเองทำอะไรบ้าง เรียนรู้อะไร มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร และแก้ปัญหา หรือผ่านเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร และหัวข้อที่สำคัญที่สุด คือ สิ่งที่อาสาสมัครภูมิใจในการทำงานคืออะไร... เราเคยถามตัวเองหรือไม่
คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ อาสาสมัครนักกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ที่ลงไปเรียนรู้ร่วมกินร่วมอยู่กับ
พี่น้องแรงงานหญิงย่านอ้อมน้อยอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม
กว่า 8 เดือน บอกเล่าความภูมิใจของเขาว่า... การได้ช่วยเหลือคนงานให้ได้รับสิทธิตามที่เขาควรได้รับตามกฎหมาย โดยเราไม่ละเลยที่จะติดตามเรื่องร้องทุกข์ของเขาให้ได้รับการแก้ไข เมื่อแต่ละเรื่องมีความคืบหน้าในการแก้ไข คนงานได้รับการเยียวยา คำขอบคุณมากมายจากใครหลายๆ คน ที่เราเองก็จำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่มีให้เราเป็นของขวัญ เป็นกำลังใจ ไม่มีเงินทองซักบาทแต่เราก็รู้สึกดี เคยคิดว่า ถ้าเรียนจบแล้วไม่มาทำงานที่นี่ เราจะมีประสบการณ์การทำงานรูปแบบอย่างนี้หรือเปล่า เพื่อนๆ รวมถึงครอบครัว ก็ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่เรารับอยู่ขณะนี้ คือคำตอบที่ให้เรา ที่จะบอกกับเพื่อนๆ และครอบครัวว่า ช่วงเวลาที่ทำงานที่นี่ เราไม่ได้เสียเวลาไปเลย กลับกันเราได้รับสิ่งที่เราจะไม่ได้จากการทำงานในสำนักงานทนายความทั่วไป...
ความภูมิใจของคุ้มเกล้า ซึ่งเธอคือหนึ่งในคนหนุ่มสาวยุค Hi 5 ที่ต่างยุคต่างสมัยกับคุณวนิดา หลายสิบปี แต่สิ่งที่เหมือนกัน กับที่คุณวนิดา กล่าวไว้ในคราวที่เธอได้รับเชิญป็นองค์ปาฐก ของมูลนิธิโกมลคีมทอง เรื่องทำไมต้องช่วยคนจน ว่า... สังคมจะอยู่อย่างเป็นสุข ด้วยการที่เราพยายามช่วยเหลือคนจนเหล่านั้น ไม่ด้วยทางใดก็ทางหนึ่ง เราจำเป็นต้องตอบแทนพวกเขา ในขณะที่เราไม่ต้องปลูกข้าว ถ้าเราไม่ช่วยชาวนา ลูกหลานของเราในอนาคต อาจไม่มีข้าวกิน ในขณะที่เราไม่ต้องทอผ้า แต่เราก็ต้องช่วยคนงาน เพราะว่าคนงานคือคนที่จะผลิต ทอผ้าให้เรา... แม้ในคราวนั้นเธอไม่ได้พูดว่าเธอภูมิใจในสิ่งที่เธอทำ แต่เชื่อเถอะว่า เธอภูมิใจ และสังคมก็ภูมิใจที่มีคนเช่นเธอ แม้ร่างกายเธอจากไปแล้ว แต่ความเป็น “วนิดา” ยังอยู่เต็มเปี่ยมในตัวตนคนหนุ่มสาวยุค Hi 5 ทุกซอกทุกมุม ของสังคม